หลังๆ พบกว่า เพื่อนๆ หลายๆคน เริ่มพบว่า กระต่ายของตัวเองที่ซื้อมา ยังไม่หย่านม
วิธีหลีกเลี่ยงที่ง่ายที่สุดคือ
หากเป็นกระต่ายที่ตัวเล็กๆ ที่คนขายนำมาจับใส่กรงขนาดเกือบพอดีตัว
(กรงเป็นกรง แฮมสเตอร์ ที่เป็นลวดหลายๆสี ขอแนะนำว่า อย่าซื้อเด็ดขาด เพราะ
95% คือ กระต่ายยังไม่หย่านมค่ะ เช่นตามตลาดนัดต่างๆ หรือ หลายๆแหล่ง
เช่นในภาพ จะเห็นว่ากระต่ายบางตัวขนที่หน้ายังไม่เต็ม อย่างเช่นกระต่ายตัวแรกจะ
เห็นชัดมากว่า ยังเด็กเกินไป (ภาพเหล่านี้ เป็นภาพแอบถ่ายมาจากร้านค้าจริงๆ)

จะเห็นว่า ลูกกระต่ายเหล่านี้ จะไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น กรงที่เลี้ยงอยู่คับแคบ
ไม่มีอาหารในกรง ไม่มีน้ำให้กิน และลูกกระต่ายโดนพรากจากแม่มา ทั้งๆที่ยังไม่ถึงวัยหย่านม
และเมื่อมาถึงมือผู้เลี้ยง ลูกกระต่ายก็จะอ่อนแอ เครียด และมักจะตาย
ซื้อลูกกระต่ายที่ถูกนำมาขายแบบนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้ลูกกระต่ายโดนขายอยู่เช่นเดิม
อยากจะรณรงค์ให้เพื่อนๆ หยุดซื้อลูกกระต่ายที่ยังไม่หย่านม และ หยุดซื้อกระต่ายตามแหล่งที่มีการดูแลกระต่ายอย่างไม่ดีพอ
เช่นใส่ในกรงคับแคบพอดีตัว ไม่มีน้ำหรืออาหารให้อย่างเหมาะสมค่ะ
หากเราหยุดซื้อ ผู้ขายก็จะต้องหยุดขายไป เช่นกัน มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ
เพื่อช่วยชีวิตลูกกระต่ายเหล่านี้ดีกว่าค่ะ
แต่สำหรับแหล่งอื่นๆที่ไม่ได้ใส่กระต่ายไว้ในกรงแบบนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ได้เอา
ลูกกระต่ายที่ยังไม่หย่านมมาขายนะคะ ต้อง ศึกษาให้มากๆก่อนซื้อค่ะ
การแยกจากแม่เร็วเกินไป ทำให้ลูกกระต่ายเครียด
และ เปราะบาง อ่อนแอ
วิธีดูแล ลูกกระต่ายที่ยังไม่หย่านม
1. ให้ใช้นมสำหรับสัตว์กำพร้า เช่น นมแพะ หรือ Esbilac หรือ KMR
(นมสำหรับลูกแมว) หรือหากยังหาได้ไม่ทัน ให้ป้อนนมวัวไปก่อน และรีบหานมแพะ
หรือ Esbilac หรือ KMR มาแทนโดยเร็ว และค่อยๆป้อนลูกกระต่าย กระต่ายยังไม่หย่านม
ที่นำมาขายกัน น่าจะมีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ให้ป้อนประมาณ 30
cc ต่อวัน

2. หากมีกระต่ายตัวอื่นที่โตแล้ว ให้เอาอึ กระต่ายที่เรียกว่า cecotropes
หรือ อึที่ลักษณะเหมือนพวงองุ่น ติดกัน สีออกเขียวขี้ม้าให้เอาอึนี้มาผสมกับ
นมที่ป้อนลูกกระต่าย เพราะว่า ลูกกระต่ายต้องการ แบคทีเรียที่ใช้ในการย่อยอาหาร
ซึ่งไม่สามารถจะได้รับจากแม่ เนื่องจากแยกจากแม่มาเร็วเกินไป โดยใช้อึ cecotropes
แค่ 1 ก้อน สำหรับ 4-5 วัน ซึ่งจำเป็นมากๆ นะคะ สำหรับลูกกระต่ายที่โดนแยกออกมาทั้งๆที่ยังไม่หย่านม
3. สำหรับลูกกระต่าย ควรให้หญ้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็น หญ้าขน หญ้าอัลฟาฟ่า หรือ
ทิโมธี ก็ได้ค่ะ และหลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีน้ำมากๆ เพราะจะทำให้ท้องเสียได้
ซึ่งถ้าลูกกระต่ายท้องเสีย ถือว่า อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ง่ายมากๆ และเมื่อลูกกระต่ายอายุ
6 สัปดาห์จึงค่อยเริ่มหัดให้กินอาหารเม็ด แต่ว่า
ที่สำคัญคือ ระยะการเปลี่ยนมากินอาหารเม็ดนี้ เป็นระยะที่เสี่ยงแก่การที่ลูกกระต่ายจะท้องเสีย
เป็นอย่างมาก จึงควรหมั่นสังเกตตลอดว่า ลูกกระต่ายท้องเสียหรือไม่ ที่สำคัญในระยะที่เริ่มสอนให้ลูกกระต่ายกินอาหารเม็ด
ห้ามไม่ให้เอาหญ้าออกนะคะ เพราะว่า การเปลี่ยนอาหารต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
เพราะระบบย่อยอาหารของลูกกระต่ายจะปรับตัวไม่ทัน และจะทำให้ท้องเสียได้เช่นกัน
ระยะแรกๆ ควรให้อาหารเม็ดแค่น้อยๆ เพื่อบังคับให้ลูกกระต่ายกินหญ้าไปด้วย
แล้วค่อยๆเพิ่มทีหลังทีละนิดค่ะ ในระยะนี้ เราควรป้อน cecotropes หรือ อึพวงองุ่นให้ลูกกระต่ายด้วยค่ะ
เพื่อเสริมแบคทีเรียที่จำเป็นต่อการย่อยค่ะ
4. นอกจากนี้ เราไม่ควรจะพาลูกกระต่ายที่ยังไม่หย่านม เดินทางไปไหน เพราะอาจจะ
ตากแดด ตากลมมากเกินไปค่ะ เพราะเค้ายังอ่อนแอ ไม่ควรพาเดินทางค่ะ
สรุปว่า การเลี้ยงลูกกระต่ายที่ยังไม่หย่านมนั้น จะค่อนข้างลำบาก เพราะว่า
ลูกกระต่ายเองก็เปราะบาง ไม่แข็งแรง และ เสียชีวิตได้ง่ายค่ะ แม้กระทั่งผู้เลี้ยงหลายๆคนที่เก่ง
และเลี้ยงกระต่ายมานาน ยังพบปัญหาจากการที่ลูกกระต่ายท้องเสียตายอยู่บ่อยๆ
จึงขอรณรงค์ให้เพื่อนๆ หยุดซื้อลูกกระต่ายที่ยังไม่หย่านม อีกครั้งค่ะ
|